โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน คือ โรคกระดูกชนิดหนึ่งที่กระดูกเริ่มเสื่อมและบางลงเนื่องจากการสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูก โรคนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดนอกจากกระดูกแตกหรือหัก พบได้บ่อยบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก หรือข้อมือ รวมทั้งยังสามารถเกิดได้กับกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย ทั้งนี้โรคกระดูกพรุนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในสตรีสูงอายุ

ภาวะเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน มีหลายปัจจัย ทั้งที่เลี่ยงได้และเลี่ยงไม่ได้ เราลองมาประเมินเบื้องต้นจากบางปัจจัยใกล้ตัวว่า คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนหรือไม่

หากมีข้อใดที่ใช่...ประเมินเบื้องต้นได้ว่า คุณกำลังมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน! แล้วจะป้องกันได้อย่างไร

 

โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาสุขภาพที่คนไทยมักจะมองข้าม กว่าจะรู้ตัวว่ามีปัญหากระดูกพรุน ก็สายไปเสียแล้ว เราจึงควรใส่ใจและดูแลสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคกระดูกพรุน

ภาวะกระดูกพรุน

กระดูกพรุนหรือกระดูกโปร่งบาง (Osteoporosis) เกิดจากการที่แคลเซียมสลายออกจากกระดูกมากกว่าการสร้างมวลกระดูก ทำให้ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลง ส่งผลให้รูพรุนที่มีอยู่เป็นปกติในเนื้อกระดูกละลายออกจนรูพรุนกว้างขึ้น และไม่สามารถรองรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกได้ตามปกติ ทำให้กระดูกหักได้ง่าย บางรายถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิต เนื่องจากอาการแทรกซ้อนที่ตามมา โรคกระดูกพรุนนั้นไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ จนกระทั่งมีการแตกหักของกระดูกจากการกระแทกเพียงเบาๆ

แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน

การรักษาโรคกระดูกพรุน
เมื่อรู้ว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แนะนำให้รับประทานดีบูน โดยจะพิจารณาความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

D-Boon ดีบูน

ดูแลไขข้อ และกระดูกของคุณด้วยนวัตกรรมสารสกัดใหม่ ด้วยไขกระดูกจากปลาฉลามแคลเซี่ยมและแมกนีเซี่ยมจากเปลือกไข่มุก

ขนาดบรรจุ           ดีบูนผง 5 ซอง และ ดีบูนแคปซูล 30 แคปซูล

ราคา                  ดีบูนผง 1,085 บาท และ ดีบูนแคปซูล 1,414 บาท

วิธีการรับประทาน    ดีบูนผง 1 ซอง หลังอาหารเช้า หรือ ดีบูนแคปซูล 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า

ข้อแนะนำ           เพื่อต้องการผลเร็ว สามารถรับประทานดีบูนผง ครั้งละ 1 ซอง

                        หลังอาหารเช้าและก่อนนอน หรือ ดีบูนแคปซูล ครั้งละ 1 แคปซูล

                        หลังอาหารเช้าและก่อนนอน

 

คำเตือน
*ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มิใช่ยา ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคใดๆให้หายขาด
** เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน รวมทั้งสตรีที่ยังไม่มีประจำเดือน
*** ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล