D-CONTACT ดีคอนแทค

         ดี-คอนแทค (D-CONTACT) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเกี่ยวกับการดูแลดวงตาเช่น ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อลม ตาไม่สู้แสง วุ้นในตาเสื่อม พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพของดวงตา ด้วยสูตรทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด ที่ได้รับการรับรอง Omni-Directional : ด้วยการนำเอาซานโทฟิว และไคลป์ท๊อกซาตินมารวมกัน พร้อมสารอาหารอีกหลายชนิด ปัจจุบันแคปซูล Ai-ming  เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมให้กับดวงตาของคุณ เพื่อดูแลดวงตาของคุณให้สดใสตลอดไป ดีคอนแทค (dcontact) จึงเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น

-ผู้ที่มีอาการสายตาสั้นเทียมหรือระดับสายสั้นลึก

-ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นระยะเวลานาน

-ผู้ที่จอตาเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพที่เกิดจากโรคเบาหวาน

-ผู้ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน

-ผู้ที่ทำงานผลัดกลางคืนเป็นประจำ

-ผู้ที่ขับรถเป็นระยะเวลานานๆ

-ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟาง

-ผู้ที่มีแนวโน้มที่น้ำตาจะไหลเมื่อเห็นแสงจ้า

-ผู้ที่มีสายตายาว

-ผู้ที่มีอาการวุ้นในตาเสื่อมทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง

-ผู้ที่มีอาการเยื่อบุตาอักเสบ

-ผู้ที่มีอาการเสื่อมของดวงตา เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม วุ้นในตาเสื่อม

-ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ

-ผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตาหรือเลนส์ตามีการเปลี่ยนแปลง

           ส่วนประกอบสำคัญ

          สารสกัดดอกดาวเรือง (ซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน) ซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน หรือลูทีนและซีแซนทีน จากการศึกษากายวิภาคของมนุษย์พบว่า สารสีเหลืองในผลึกเลนส์ตาและจอประสาทตา Macula Lutea ส่วนใหญ่เป็นซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาติน ซึ่งองค์ประกอบ 2 ตัวนี้เท่านั้นที่สามารถจะผ่านเข้าไปในเลนส์ผลึกและจอประสาทตา Macula Lutea เพื่อเป็นอาหารบำรุงตา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถคงอยู่ในตาเพื่อฟื้นฟูดวงตาได้ง่ายขึ้น, ช่วยบรรเทาการผลกระทบจากอนุมูลอิสระที่เป็นอันตราย, ช่วยดูดซับแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อตาและหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากลำแสงที่มากระทบดวงตา
  การเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตา Macula Lutea กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสีย ประสิทธิภาพการมองเห็น แต่ถ้าพวกเขาสามารถบำรุงดวงตาด้วยการเสริมซานโทฟิวและไคลป์ท๊อกซาตินเข้าไปก็จะเป็นประโยชน์ในการรักษาสายตาของพวกเขาและอาจลดอุณหภูมิของจอประสาทตาและเลนส์ตาด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจกด้วย

คุณสมบัติของสารสกัดจากดอกดาวเรือง แยกตามหน้าที่

  • ส่งเสริมการมองเห็น: เมื่อแสงสว่างและออกซิเจนมากระทบลูกตา จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา แต่ซานโทฟิว ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นสูงมากจะช่วยกรองแสงสีน้ำเงินและลดการเกิดปัญหาที่จะทำให้การมองเห็นไม่ดี ช่วยทำให้การมองเห็นชัดเจนแม่นยำมากขึ้น
  • ป้องกันจอตา: จอตาประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว (DHA) ดังนั้นซานโทฟิวเป็นสารที่มีประโยชน์สำหรับจอตา ช่วยในการหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายโดยการทำปฏิกริยาออกซิเดชันเมื่อจอตาจะรับแสง
  • ลดการเกิดต้อกระจก: ซานโทฟิวซึ่งเป็นแคโรทีนตัวเดียวเท่านั้น ที่สามารถอยู่ในผลึกเลนส์ตาได้ ต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายโปรตีนในเลนส์ตาและก่อให้เกิดต้อกระจก
  • ช่วยรักษาการรับสีของตา: เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการรับสีของจอตาผิดปกติ, เซลล์รับแสงรูปแท่งและรูปพีระมิดจะเกิดน้อยลง หากเราเสริมด้วยซานโทฟิวก็จะช่วยในการรับสีของจอตาได้ดีขึ้น

  นอกจากนี้ในดอกดาวเรืองยังมีสาร Phosphatidylserine ซึ่งคือสารประกอบประเภทไขมัน phospholipid ที่เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์สมอง สกัดจากเลซิติน (lecithin) ที่อุดมด้วยสาร Phosphatidylserine มากกว่า 70% เป็นสารสื่อประสาทในเนื้อเยื่อเซลล์สมอง (ช่วยสื่อสารการทำงานระหว่างเซลล์สมอง) ช่วยบำรุงและเพิ่มความสามารถของสมองกลีบท้ายทอย(Occipital Lobe) ที่ใช้ควบคุมการมองเห็น

เบต้า-แคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ เบต้า-แคโรทีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและพบว่าสามารถลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีการนำเบต้า-แคโรทีนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลายชนิด โดยจะผสมวิตามินและเกลือแร่ชนิดอื่นหลายชนิดเข้าไปด้วยเพื่อบำรุงร่างกาย

เบต้า-แคโรทีน นั้น มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณอย่างมาก คือ ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดี ลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก ช่วยป้องกันผิวที่อาจเกิดจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดได้ จึงทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไม่มีริ้วรอยแก่ก่อนวัย แลดูสดใสอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสภาพปกติของเซลล์เยื่อบุตาขาว กระจกตา ช่องปาก ทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ รวมถึงทางเดินปัสสาวะให้เป็นปกติ และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีอีกด้วย


วิตามินบี 2 ช่วยในระบบการย่อยอาหารและการเผาผลาญอาหารเป็นพลังงานในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการเจริญเติบโต โดยมีส่วนร่วมในการทำงานของเซลล์

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า แคโรทีนอยด์ สามารถทำงานโดยใช้ร่วมกับองค์ประกอบอื่นๆ หากใช้แยกองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งก็จะไม่สามารถช่วยในการฟื้นฟู การต่อต้านได้ ดังนั้นการเสริมสารสกัดเหล่านี้ร่วมกันจะให้ผลที่ดีมากขึ้น

สารสกัดจากส้ม (Quercetin) ช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยในลูกตาสะอาด ลดแรงดันในลูกตา ลดความเสื่องของการเป็นต้อหิน

ยีสต์สกัด สารสกัดจากยีสต์มี โปรตีนและกรดอะมิโน เป็นส่วนประกอบหลัก คือประมาณ ร้อยละ 50-75 ที่เหลือคือ คาร์โบไฮเดรท ร้อยละ 4-13 และมีลิพิด (lipid) น้อยมาก ใช้เป็นอาหารเสริมสุขภาพสำหรับบุคคลที่อ่อนแอขาดสารอาหาร

สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ประกอบด้วยสารพฤษเคมีจำนวนมาก สาระสำคัญที่มีประโยชน์ คือ กลุ่มแอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) ซึ่งพบได้ในพืชที่มีสีแดง ม่วง จนถึงน้ำเงิน แอนโธไซยาโนไซด์มีการทำงานคล้ายสารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ จึงให้ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นและฤทธิ์ทางด้านอื่น

จากผลการวิเคราะห์และวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากหลายๆ ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี ได้ค้นพบว่าสารที่สำคัญในบิลเบอร์รี่ มีดังนี้

-แอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) สามารถจับกับเซลล์บุผิว(Pigmented Epithelium) ที่จอภาพเรตินาได้ดี โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ     (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ และคืนสภาพสาร Rhodopsin ได้หลังจากถูกแสง จึงช่วยทำให้การมองเห็นในที่มืดได้ดี
-แทนนิน (Tannins) มีฤทธิ์ในการสมานแผล (Astingent) และให้ผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เช่น พวกแบคทีเรียบางชนิด
-ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เช่นกัน และยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนหลายชนิดที่สำคัญต่อมนุษย์
-กลูโคควินิน (Glucoquinine) เป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้การทำงานของอินซูลิน ทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของอาหารเสริมที่สกัดจากบิลเบอร์รี่ต่อสุขภาพดวงตา

-ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น
-ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)
-ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อใช้สายตานานๆ
-ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยเสริมคอลลาเจนในตาในส่วน Cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น
-ช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ (สายตายาว)

สรรพคุณอื่นๆ ที่ค้นพบนอกจากนี้ คือ

-พบว่าสารแทนนิน ในผลบิลเบอร์รี่สามารถบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้
-พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถลดอาการปวดเจ็บจากภาวะเส้นเลือดขอด (Varicose vein) ได้ เนื่องจากภาวะดังกล่าวเกิดจาก ความเสื่อมของเซลล์   เช่นกัน
-พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถใช้ลดอาการอักเสบในช่องปาก และเยื่อบุช่องปากได้
-พบว่าสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ช่วยลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำของผิวพรรณได้

ประสบการณ์จากผู้ใช้ ดี คอนแทค

D-Contact ดีคอนแทค

รวมสุดยอดของสารสกัดดูแลดวงตาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวที่ดีเน็ทเวิร์ค

ขนาดบรรจุ       30 แคปซูล

ราคาข้างกล่อง   1,260 บาท

วิธีรับประทาน    1 แคปซูลต่อวัน ขณะท้องว่าง

ข้อแนะนำ          เพื่อต้องการเห็นผลเร็ว ควรรับประทานวันละ 2-3 แคปซูล

 

วิธีรับประทาน ดีคอนแทค D-CONTACT 

ให้ได้ผลดี เห็นผลเร็ว

(ควรทานตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่)

ป้องกันการเสื่อมและบำรุงสายตา

รับประทานครั้งละ  1 แคปซูล หลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน

 

บำรุงสายตาที่เริ่มเสื่อม

เช่น สายตาพร่ามัว ฝ้าฟาง สั้น-ยาว แพ้แสง

รับประทานวันละ 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า - เย็น ครั้งละ 1 แคปซูล

 

ฟื้นฟูสายตาที่เสื่อมแล้ว

รับประทานวันละ 4 แคปซูล  หลังอาหาร เช้า - เย็น  ครั้งละ 2 แคปซูล

**เมื่อทานไปแล้วผลลัพธ์ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

** อาการปรับสมดุล "ดวงตา" ที่แสดงว่าท่านได้ผลตอบรับในทางที่ดี อาจเกิดขึ้น 3-7 วัน หรือ 1 เดือน หลังทาน ดี-คอนแท็ค

- รู้สึกสบายตาขึ้น ,ตาสว่างขึ้น , แจ่มใสขึ้น

- รู้สึกอาจมีอาการปวดกระบอกตา (เฉพาะบางคน

- รู้สึกมีน้ำตาไหล หรือ มีขี้ตาออกมาก (เฉพาะบางคน)

** เมื่อมีอาการดังกล่าวให้รับประทานต่อไป...หากทีอาการมากเกินไปจนทนไม่ไหวให้ลดปริมาณการทานเหลือ เช้า 1 แคปซูล เย็น 1 แคปซูล หลังอาหาร (ในกรณีฟื้นฟูสายตาเสื่อม ต้อต่างๆ)ขณะที่ทานดีคอนแทค จะต้องดูแลตัวเองปกติ หลีกเลี่ยงปัจจัยสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ เช่น ต้อลม ควรหลีกเลี่ยงให้ตาโดนลม โดยการใส่แว่นตาเป็นต้น

 

คำเตือน
*ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มิใช่ยา ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคใดๆให้หายขาด
** เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน รวมทั้งสตรีที่ยังไม่มีประจำเดือน
*** ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละบุคคล